<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title></title>
	<atom:link href="http://164.115.22.159/kwaingam/?feed=rss2" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://164.115.22.159/kwaingam</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Wed, 30 Nov 2011 13:13:17 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.1.2</generator>
		<item>
		<title>ควายงาม</title>
		<link>http://164.115.22.159/kwaingam/?p=1</link>
		<comments>http://164.115.22.159/kwaingam/?p=1#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 18 May 2011 02:52:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://164.115.5.80/kwaingam/?p=1</guid>
		<description><![CDATA[    “ ควาย ” หรือ “ กระบือ ” หรือ “ buffaloes ” เป็นสัตว์ดึกดำบรรพ์ที่มีอยู่บนโลกนี้มาไม่น้อยกว่า 150 ล้านปี เริ่มจากการเป็นควายป่าที่ดุร้าย แล้วค่อยๆ กลายมาเป็นควายใจดีที่แสนเชื่อง และถูกคนนำมาชุบเลี้ยงเพื่อใช้แรงงาน มีบทบาทสำคัญต่อเกษตรกร จนกลายเป็น “ทหารเอก” ของชาวไร่ชาวนาในยุคสมัยที่เกษตรกรรมเฟื่องฟู ปรากฏหลักฐานว่ามีการนำควายมาเลี้ยงในตราประทับเมื่อราวๆ 3,000 ปี ก่อน ที่ Mohenjo Daro ใน Irag ควายเลี้ยงรู้จักกันในประเทศจีนในราว 2,000 ปี ก่อนพุทธศักราช และทางเหนือของประเทศอินเดียบริเวณหุบเขาอินดัส พบร่องรอยการเลี้ยงควายมาไม่ต่ำกว่า 4,500 ปี คนจีนเรียกควายว่า “ สุ่ยหนิว ” คนมาเลเซียเรียก “ เกอร์เบา ” และในภาษาฟิลิปปินส์เรียกว่า “ คาราบาว ” ชาวเขมรเรียกว่า “ กระบือ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-size: 11.0pt;">    “ ควาย ” หรือ “ กระบือ ” หรือ “ buffaloes ” เป็นสัตว์ดึกดำบรรพ์ที่มีอยู่บนโลกนี้มาไม่น้อยกว่า 150 ล้านปี เริ่มจากการเป็นควายป่าที่ดุร้าย แล้วค่อยๆ กลายมาเป็นควายใจดีที่แสนเชื่อง และถูกคนนำมาชุบเลี้ยงเพื่อใช้แรงงาน มีบทบาทสำคัญต่อเกษตรกร จนกลายเป็น “ทหารเอก” ของชาวไร่ชาวนาในยุคสมัยที่เกษตรกรรมเฟื่องฟู ปรากฏหลักฐานว่ามีการนำควายมาเลี้ยงในตราประทับเมื่อราวๆ 3,000 ปี ก่อน ที่ Mohenjo Daro ใน Irag ควายเลี้ยงรู้จักกันในประเทศจีนในราว 2,000 ปี ก่อนพุทธศักราช และทางเหนือของประเทศอินเดียบริเวณหุบเขาอินดัส พบร่องรอยการเลี้ยงควายมาไม่ต่ำกว่า 4,500 ปี คนจีนเรียกควายว่า “ สุ่ยหนิว ” คนมาเลเซียเรียก “ เกอร์เบา ” และในภาษาฟิลิปปินส์เรียกว่า “ คาราบาว ” ชาวเขมรเรียกว่า “ กระบือ หรือ กระไบ ” และมีความเป็นไปได้ที่คำว่า กระบือในภาษาไทยน่าจะเลียนแบบมาจากคำภาษาเขมร แต่คำไทยแท้ที่เข้าใจกันและเรียกกันทั่วไปคือ “ ควาย ” คนไทยคุ้นเคยกับควายมานานพอๆกับรู้จักชาวนาและการทำนาปลูกข้าว เมืองไทยมีหลักฐานการเลี้ยงควายของชุมชนโบราณที่บ้านเชียงมาประมาณ 5,000 ปี </span></p>
<p><span style="font-size: 11.0pt;">   กระบือหรือควาย ของบ้านเราที่จะกล่าวถึงในที่นี้ คือกระบือปลัก ( swamp buffalo ) ซึ่ง มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า “ Bubalus bubalis ” จัดเป็นกระบือที่เลี้ยงในกลุ่ม Asian buffalo หรือนิยมเรียกกันทั่วโลกว่า water buffalo เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม อยู่ในครอบครัว ( family ) เดียวกับโค แต่คนละกลุ่มกัน กล่าวคือโคจัดอยู่ในกลุ่ม Bovina ส่วนกระบือ Asia อยู่ในกลุ่ม Bubalina ในขณะที่กระบือป่าแอฟริกัน ( African buffalo ) อยู่ในกลุ่ม Syncerina ตามรูปข้างล่าง</span><br />
 </p>
<table style="width: 90%; bordercolor: #FFFFFF; background-color: #ffffff;">
<tbody>
<tr>
<td colspan="4">การจัดกระบือเอเชียทางชีววิทยา (Biological Classification of Buffalo) (Kerr, 1792)</td>
</tr>
<tr>
<td>Kingdom</td>
<td>:</td>
<td>Animal</td>
<td>(อยู่ในอาณาจักรสัตว์)</td>
</tr>
<tr>
<td>Phylum</td>
<td>:</td>
<td>Vertebrata</td>
<td>(เป็นสัตว์มีกระดูกสันหลัง)</td>
</tr>
<tr>
<td>Class</td>
<td>:</td>
<td>Mammalia</td>
<td>(เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม)</td>
</tr>
<tr>
<td>Subclass</td>
<td>:</td>
<td>Ungulata</td>
<td>(เป็นสัตว์มีกีบ)</td>
</tr>
<tr>
<td>Order</td>
<td>:</td>
<td>Artiodactyla</td>
<td>(เป็นสัตว์กีบคู่)</td>
</tr>
<tr>
<td>Suborder</td>
<td>:</td>
<td>Ruminantia</td>
<td>(เป็นสัตว์เคี้ยวเอื้อง)</td>
</tr>
<tr>
<td>Family</td>
<td>:</td>
<td>Bovidae</td>
<td>(เป็นสัตว์เขาคู่)</td>
</tr>
<tr>
<td>Tribe</td>
<td>:</td>
<td>Bovini</td>
<td>(เป็นสัตว์เผ่าโค-กระบือ)</td>
</tr>
<tr>
<td>Group</td>
<td>:</td>
<td>Bubalina</td>
<td>(กระบือเอเชีย)</td>
</tr>
<tr>
<td>Genus</td>
<td>:</td>
<td>Bubalus</td>
<td> </td>
</tr>
<tr>
<td>Species</td>
<td>:</td>
<td>Bubalis</td>
<td> </td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><span style="font-size: 11.0pt;"><strong>กระบือบ้านเอเชีย (The Asian Domestic Buffalo or The Water Buffalo)</strong></span><br />
<span style="font-size: 11.0pt;">   เมื่อประมาณ 80 ปีมาแล้ว Macgregor ได้แบ่งกระบือพวกนี้ออกเป็น 2 กลุ่ม คือ Swamp Type (กระบือปลัก) และ River Type (กระบือแม่น้ำ) กระบือปลัก ส่วนใหญ่เป็นสัตว์ที่ใช้แรงงานในไร่นา มีการเลี้ยงกระจายอยู่เป็นวงกว้างตั้งแต่ประเทศจีนตะวันออกเฉียงใต้ ขึ้นไปถึงแม่น้ำ Yangtse แผ่ไปทางตะวันออกถึงเวียดนาม ลาว เขมร ไทย พม่า อัสสัม เนปาลตอนเหนือ และศรีลังกา ทางใต้แผ่ไปถึงมาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ กระบือปลักพวกนี้ได้ถูกนำไปเลี้ยงบ้างใน ออสเตรเลีย โอเชียเนีย บราซิล ตรินิแดด เซเนกัล ในอินเดียบางส่วนแถบรัฐมัธราฐ ส่วนกระบือแม่น้ำเป็นกระบือที่ได้รับการคัดเลือกปรับปรุงพันธุ์ในประเทศอินเดียและปากีสถาน เพื่อเป็นกระบือนมซึ่งมีอยู่ด้วยกันหลายพันธุ์ บางพันธุ์ให้นมสูงมาก จะพบได้ในอินเดีย ปากีสถาน อียิปต์ ยุโรปตอนใต้ กระบือชนิดนี้เป็นกระบือนม ชอบน้ำสะอาด ไม่ชอบลงโคลน เช่น กระบืออียิปต์ กระบือคอเคเซียน และกระบือเมดิเตอร์เรเนียน เป็นต้น ข้อแตกต่างระหว่างกระบือ 2 ประเภทพอสรุปได้ดังนี้</span><br />
<span style="font-size: 11.0pt;"><strong>เปรียบเทียบข้อแตกต่างระหว่างกระบือปลัก กับ กระบือแม่น้ำ</strong></span></p>
<table style="width: 100%; bordercolor: #FFFFFF; background-color: #ffffff;">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 20%; bordercolor: #FFFFFF; background-color: #ffffff;">ลักษณะที่แตกต่าง</td>
<td style="width: 40%; bordercolor: #FFFFFF; background-color: #ffffff;">กระบือปลัก</td>
<td style="width: 40%; bordercolor: #FFFFFF; background-color: #ffffff;">กระบือแม่น้ำ</td>
</tr>
<tr>
<td>1. จำนวนโครโมโซม</td>
<td>2n = 48</td>
<td>2n = 50</td>
</tr>
<tr>
<td>2. รูปร่างภายนอก</td>
<td>ล่ำสัน บึกบึน ลำตัวสั้น ท้องใหญ่ หน้าผากแบนราบ ตากลมเด่นชัด หน้าสั้น จมูกกว้าง คอค่อนข้างยาว หัวไหล่และอกนูนเด่น หลังกว้าง บั้นท้ายหัก</td>
<td>หน้ายาว รอบอกเล็ก ขาใหญ่กว่า หลังยาวกว่า บั้นท้ายค่อยๆลาดลงไม่หักมาก</td>
</tr>
<tr>
<td>3. สี</td>
<td>ผิวหนังสีเทาเมื่อเกิด แล้วค่อยๆกลายเป็นสีเทาดำเมื่อโตขึ้น มีบั้งคอสีขาว 2 บั้ง(chevron) มีจุดขาวที่แก้ม มีถุงเท้าขาวทั้ง 4 ขา และมีหนวดขาวที่ริมฝีปากบน</td>
<td>ผิวหนังมีสีดำ น้ำตาลดำ ขนดำ น้ำตาลดำ</td>
</tr>
<tr>
<td>4. เขา</td>
<td>เขางอกออกด้านข้าง และโค้งในลักษณะครึ่งวงกลม หรือวงพระจันทร์ อยู่ในแนวใกล้เคียงกับระดับแนวใบหน้า</td>
<td>เขางอกลงด้านล่างและชี้ไปด้านหลัง แล้วโค้งขึ้นเป็นเกลียว</td>
</tr>
<tr>
<td>5. พฤติกรรม</td>
<td>ชอบนอนแช่ในน้ำ และแช่ปลักโคลนมากกว่า</td>
<td>ชอบแช่ในน้ำลึกมากกว่า</td>
</tr>
<tr>
<td>6. การใช้ประโยชน์</td>
<td>ใช้แรงงาน และให้เนื้อเป็นหลัก</td>
<td>ให้นมเป็นหลัก มีใช้แรงงานบ้าง</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://164.115.22.159/kwaingam/?feed=rss2&#038;p=1</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
